วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สถานการณ์โรคและภัยสุขภาพ โรคและภัยต่างประเทศ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556

ในต่างประเทศ
1. สถานการณ์การติดเชื้อโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ 2012

    1.1 Saudi Arabia

      กระทรวงสาธารณสุข ประเทศซาอุดิอาระเบีย   ได้แจ้งต่อองค์การอนามัยโลกว่า  ประเทศซาอุดิอาระเบียพบผู้ยืนยันติดเชื้อโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ 2012(The novel coronavirus (NCoV)  และเสียชีวิตเพิ่มอีก  1 ราย  ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 และเสียชีวิตวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการได้ผลบวกในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556  
     องค์การอนามัยโลกได้ยืนยันล่าสุดว่าตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 ถึง 21  กุมภาพันธ์ 2556  พบผู้ยืนยันติดเชื้อ 13 ราย เสียชีวิต 7 ราย

   1.2 UK (update ข้อมูล 19 กุมภาพันธ์ 2556)
       ตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 จนถึง19 กุมภาพันธ์ 2556 มีรายงานผู้ติดเชื้อ 4ราย โดย
      รายที่ 1 เป็นชายอายุ 49 ปี อาศัยอยู่ในประเทศกาตาร์ เริ่มมีอาการขณะอยู่ในพิธีperforming Umrah ใน ประเทศซาอุดิอาระเบียเมื่อเดือนสิงหาคม 2555   และ หายเป็นปกติขณะเดินทางกลับประเทศกาตาร์    หลังกลับไป 2 สัปดาห์มีอาการรุนแรงมากขึ้น จึงได้เดินทางเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษโดย air ambulance  แพทย์ได้ให้ ECMO machine และยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลดังกล่าวเป็นเวลา 5 เดือน ผู้สัมผัสซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีอาการเล็กน้อย ตรวจทางห้องปฏิบัติการได้ผลลบ
          รายที่ 2 ชายอายุ 60 ปี  มีประวัติเดินทางไปประเทศปากีสถาน และซาอุดิอาระเบียก่อนป่วย 10 วัน เริ่มมีอาการขณะอยูในพิธีperforming Umrah ในประเทศซาอุดิอาระเบีย Saudi Arabiaเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2556  และเดินทางกลับประเทศอังกฤษโดยสายการบินพาณิชย์ขณะที่มีอาการรุนแรง จากผลตรวจตรวจทางห้องปฏิบัติการพบco-infected ระหว่าง the novel coronavirus และ pandemic H1N1 (H1N1pdm09)   แพทย์ได้ให้ an ECMO machine   และยังมีอาการcritical condition
         รายที่ 3 ชายอายุ 38 ปี ไม่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศ เป็นบุตรชายรายที่ 2  สัมผัสผู้ป่วยรายที่ 2 ทั้งในบ้านและโรงพยาบาล มีประวัติรับการรักษาโรคมะเร็งเริ่มมีอาการวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556  ตรวจทางห้องปฏิบัติการได้ผลบวก และเสียชีวิต
        รายที่ 4 หญิงอายุ 30 ปี อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับผู้ติดเชื้อรายที่ 2 และ3 ไม่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศ เริ่มมีอาการวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556   รายดังกล่าวถูกจำกัดการสัมผัสกับรายที่ 2 และไม่ได้สัมผัสกับรายที่ 3 มีอาการเพียง mild case  ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยใช้ sputum sample ได้ผลบวก ปัจจุบันหายเป็นปกติ


       องค์การอนามัยโลกได้ปรับนิยามผู้ป่วยยืนยัน และน่าจะเป็นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 (รายละเอียดดังไฟล์แนบ)
2. สถานการณ์โรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีก

  2.1 Mexico

     วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556  มีการระบาดของ H7N3 ในจังหวัด GUANAJUATO จำนวน 9 เหตุการณ์ มีสัตว์ปีกป่วย 54753 ตัว และทำลาย 612 853 ตัว
.

2.2 Egypt

        พบการระบาดของเชื้อ H5N1 ใน New Valley Governorate  มีไก่ตายมากกว่า 135 ตัว


3. สถานการณ์โรคไข้เลือดออก
    
    3.1 Kenya

        The UN World Health Organization (WHO) แจ้ง alert การระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศKenya หลังจากตรวจพบ 28 confirmed cases ในประเทศ Somalia  และจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 8 ตัวอย่างพบเชื้อดังกล่าว 7 ตัวอย่างเมื่อกลางเดือนมกราคม 2556


4. สถานการณ์เนื้อม้าปนเปื้อนใน"ลาซานญ่า"
    4.1 ยุโรป-เอเซีย
    ฮ่องกงได้สั่งให้ร้านซูเปอร์สโตร์"ปาร์คช็อป"ถอดอาหารยุโรป"ลาซานญ่า"ที่ผลิตโดยบริษัทฟินดัสจากการวางจำหน่าย หลังจากยุโรปพบว่า ลานซานญ่าของบริษัทฟินดัสซึ่งเป็นบริษัทผลิตอาหารแช่แข็ง ใช้เนื้อม้าแทนเนื้อวัวบางส่วน หรือ 100 เปอร์เซนต์ในบางร้านค้าขณะเดียวกัน สาธารณเช็คกลายเป็นประเทศล่าสุดของยุโรป ที่สั่งให้ร้านซูเปอร์สโตร์"เทสโก้"นำอาหารลานซานน่ายี่ห้อหนึ่งออกจากการวางจำหน่าย หลังจากกระทรวงเกษตรและอาหารเชครายงานว่า ได้ตรวจสอบพบว่า เนื้อของลานซานญ่าของยี่ห้อโนวาโค้มีเนื้อม้าผสมอยู่
รายงานระบุว่า การสั่งห้ามของฮ่องกงเกิดขึ้นหลังจากกว่า 10 ประเทศในยุโรป ได้สั่งให้มีการนำเนื้อม้าออกจากการจำหน่ายของร้านค้า เนื่องจากเชื่อว่ามีเนื้อม้าผสมในเนื้อวัว
ทั้งนี้ สถานการณ์นี้ยังสร้างความอื้อฉาวให้แก่บริษัทอาหารรายใหญ่ของโลก เช่น เนสต์เล่ และซูเปอร์สโตร์ผู้จำหน่ายสินค้าอย่างเทสโก้ ด้วย โดยวิกฤตดังกล่าวเริ่มต้นจากฝรั่งเศสที่พบว่า บริษัท"สแปงฮีโร่"ได้ใช้เนื้อม้าแทนเนื้อวัวในสินค้าอาหารลาซานน่า และขณะนี้ยุโรปยังไม่สามารถเล่นงานคนกลางคือโรงเชือดม้า และบริษัทแปรรูปเนื้อสัตว์ ซึ่งฉวยโอกาสนำเนื้อม้ามาขายแทนเนื้อวัว ในสินค้าลานซานญ่า

       นาย หลี คา ชิง (Li Ka-shing) เจ้าของร้านขายอาหาร กล่าวว่า ในฮ่องกงและมาเก๊า มีร้านต่าง ๆ ที่ขายเนื้อ ประมาณ 280 แห่ง มีความกังวลกับสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้พยายามให้มีการตรวจสอบ ขณะที่ โฆษกกระทรวงอาหารและอนามัยของฮ่องกง ระบุ การตรวจสอบ เพื่อทำให้เกิดความแน่ใจว่า ในฮ่องกง จะปลอดภัยจากปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้ โฆษกของเทสโก้ กล่าวว่า บริษัทมีความตระหนักในผลการทดสอบสินค้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้ถอนตัวออกจากการขาย ลูกค้าที่ซื้อสินค้านี้สามารถส่งคืนและได้รับเงินคืนด้วย


สถานการณ์ในประเทศ
1. อุบัติเหตุ

องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุคิดเป็นร้อยละ 42.9 ต่อ 1 แสนคน มีผู้บาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาตัวปีละ 6 แสนคน และเสียชีวิตปีละ 2-3 หมื่นคน
ทุกๆ ชั่วโมงจะมีผู้พิการจากอุบัติเหตุ 3 คน และผู้เสียชีวิต 2 คน มีรายงานข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า 5 สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ คือ การเมาสุราร้อยละ 19.8 รองลงมา คือ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดร้อยละ 15.3 ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 11.5 ขับรถตามกระชั้นชิด ร้อยละ 10.8 และขับรถโดยขาดความชำนาญ ร้อยละ 4.3 ในจำนวนนี้เกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์สูงสุด โดยพบว่าผู้ขับขี่ที่เสียชีวิตไม่สวมหมวกนิรภัย
นอกจากนี้ สาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนทางหลวง คือ รถเสียหลักชนหลุดออกข้างทางและพุ่งชนวัตถุอันตรายข้างทาง เช่น ต้นไม้ หลักกิโลเมตร เสาไฟ หรือเสาป้าย เป็นต้น
ดังนั้น ภาครัฐจึงควรหันมาให้ความสำคัญและส่งเสริมการขับขี่อย่างปลอดภัยโดยการสวมหมวกนิรภัย เนื่องจากปัจจุบันอัตราการสวมหมวกกันน็อกในประเทศไทยมีเพียงร้อยละ 44 และคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งก่อนออกสตาร์ต อีกทั้งควรงดการดื่มสุราก่อนการขับขี่พาหนะเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น